ประกันภัย ชั้น 1

เทคนิคเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถ ผู้ช่วยกันแดดที่มีดีกว่าแค่บรรเทาความร้อน

สยามเมืองร้อน สมญานามที่หลาย ๆ คนกล่าวถึงไทยเป็นเสียงเดียวกัน ประเทศที่มี 3 ฤดู อย่างฤดูร้อน ร้อนมาก และร้อนที่สุด แสงแดดในแต่ละวันแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้าหากไม่มีร่มเงาหรือตัวช่วยสำหรับบดบัง ยิ่งภายในรถที่มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารไม่มากนัก หากต้องอยู่กลางถนนตากแดดตากลมเป็นเวลานาน อุณหภูมิภายในรถคงไม่ต่างจากเตาไมโครเวฟเท่าไหร่ ต่อให้รถมีแอร์ก็ตาม ดีไม่ดีอากาศที่ร้อนจัดแบบนี้อาจส่งผลให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง จนเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง มีเรื่องให้ประกันภัย ชั้น 1 ต้องออกทำงานส่งมอบความคุ้มครองไม่เว้นแต่ละวัน

และในเมื่อแดดเมืองไทยแรงติดอันดันขนาดนี้ รถที่เปรียบเสมือนแขนขาของมนุษย์ยุคปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยปกป้องแสงแดดที่ส่องแสงส่งความร้อนแรงเข้ามาแผดเผาถึงภายในรถ ฟิล์มกรองแสง จึงถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถที่ขับในเมืองไทย จนศูนย์บริการรถยนต์ทุกยี่ห้อต่างนำมาจัดโปรโมชั่นสัมมนาคุณพิเศษแบบแพ็คคู่ ซื้อรถใหม่แถมประกันภัยชั้น 1 พร้อมติดฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีให้กับรถคันใหม่ป้ายแดงของคุณ

ข้อดีของการติดฟิล์มกรองแสงที่ไม่ได้มีแค่กันแดด

Male specialist with car tinting film in hands. Installation process, tinted auto glass installing procedure

คุณสมบัติหลักของฟิล์มกรอง แสงแน่นอนว่าคือปกป้องคุณจากแสงแดดและรังสียูวี ที่นับวันจะทวีความร้อนแรงขึ้นทุกวัน แต่นอกจากเรื่องกันแดดแล้ว การติดฟิล์มกรองแสงยังช่วยในด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น

1. ช่วยให้รถของคุณประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยเมื่อภายในรถจะถูกฟิล์มกรองแสงช่วยลดทอนความร้อนลง รถไม่ร้อนมาก พลังงานของรถที่ต้องนำไปช่วยสร้างความเย็นให้กับห้องโดยสารก็ถูกนำมาใช้น้อยลง แถมยังเป็นการช่วยยืดอายุการทำงานของระบบทำความเย็นอีกด้วย

2. เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ เพราะรถที่ติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยบดบังสิ่งต่าง ๆ ในห้องโดยสาร ไม่ให้คนภายนอกมองเข้ามาแล้วเห็นสิ่งของมีค่า จนกลายเป็นเหตุโจรกรรมรถยนต์ตามมา

3. เพิ่มความสวยงามน่ามองให้กับรถ เรื่องเล็ก ๆ ที่อาจเป็นเรื่องใหญ่ของใครหลาย ๆ คน และการขับรถที่ดูดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ เมื่อขับขี่มั่นใจความสามารถในการขับขี่ก็จะเพิ่มมากขึ้นโดยปริยาย แต่ต้องระวังอย่าให้ความมั่นใจมีมากเกินไปจนกลายเป็นความประมาทเลินเล่อ สาเหตุสำคัญอันดับต้นของการเกิดอุบัติเหตุในปัจจุบัน

เทคนิคเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถที่ช่วยลดร้อนได้อย่างเห็นผล

ก่อนจะตัดสินใจเลือกฟิล์มกันแดดติดรถ ต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ฟิล์มกรองแสงช่วยลดทอนแสงแดดและความร้อนให้กับห้องโดยสารของคุณได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณความเข้มของฟิล์ม แต่เป็นที่ประเภทสารเคลือบฟิล์มที่คุณเลือกต่างหาก เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วเรามาดูกันเลยว่าเทคนิคเลือกฟิล์มที่นำมาฝากในวันนี้จะมีอะไรบ้าง

1. เลือกฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสง

ฟิล์มกรองแสงที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาแสงแดดเข้าสู่ห้องโดยสารของรถ นอกจากมีคุณสมบัติลดแสงแล้ว ยังจำเป็นต้องมีคุณสมบัติสะท้อนแสงเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย โดยเทคนิคการเลือกฟิล์มนั้นควรพิจารณาเรียงลำดับดังนี้

1.1 ความสามารถในการลดความร้อน

1.2 ความสามารถในการลดรังสี UV

1.3 ความสามารถในการสะท้อนแสง

1.4 ปริมาณที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้

2. ทำความรู้จักชนิดของฟิล์มกรองแสงก่อนเลือกมาติดกระจกรถ

2.1 ฟิล์มกรองแสงที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV

ฟิล์มคุณภาพพอใช้ที่ราคาค่อนข้างเป็นมิตร โดยฟิล์มประเภทนี้จะมีคุณสมบัติหลักเพียงแค่กรองแสงแดดให้ส่องผ่านเข้ารถในความเข้มของแสงที่น้อยลงเท่านั้น แต่จะไม่ได้ช่วยในการกรองรังสีที่แฝงมากับแดด โดยรถของคุณจะยังคงได้รับความร้อนอยู่ถึงครึ่งต่อครึ่งของปริมาณแสงที่ส่องเข้ามา อีกทั้งอายุการใช้งานไม่นานมากนัก เพียง 3 – 5 ปี จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าที่ควร

2.2 ฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV

ฟิล์มนวัตกรรมคุณภาพดีที่ตัวฟิล์มจะเคลือบสารป้องกันรังสีต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หากต้องสัมผัสเป็นเวลานาน ๆ  ซึ่งฟิล์มประเภทนี้จะมาพร้อมกับราคาที่สมน้ำสมเนื้อ สมคุณภาพ โดยมีมากหลายแบบให้คุณได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มปรอท ฟิล์มเคลือบโลหะ ฟิล์มอินฟราเรด ฟิล์มนิรภัย และฟิล์มใสประเภทนาโน

3. เลือกฟิล์มที่การรับประกัน

หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ว่าฟิล์มกรองแสงติดรถก็มีรับประกันคุณภาพเหมือนกัน และเมื่อรู้แล้วต้องรู้ลึกอย่างชาญฉลาด โดยฟิล์มกรองแสงทั่วไปจะมีการรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือบางแบรนด์รับประกันนานถึง 7 – 10 ปีก็ยังมี ฉะนั้นหากร้านประดับยนต์ร้านไหนที่ติดฟิล์มให้คุณแล้วไม่มีการรับประกัน ให้หลีกหนีให้ห่าง เพราะบางทีคุณอาจไปเจอเข้ากับมิจฉาชีพแล้วก็เป็นได้

ทราบกันไปแล้วกับเทคนิคการเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คงจะพอเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้รถที่กำลังคิดจะเปลี่ยนฟิล์มใหม่ได้บ้าง โชคดีที่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายควบคุมความเข้มของฟิล์มกรองแสงอย่างแต่ก่อน ทำให้คุณสามารถเลือกฟิล์มกรองแสงมาติดรถคู่ใจได้อย่างอิสระ แต่ทั้งนี้ควรตั้งอยู่บนความปลอดภัย ไม่มืดทึบจนบดบังวิสัยทัศน์การมองเห็น เพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ต่อให้มีประกันภัยชั้น 1 ติดรถก็ไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียที่ไม่สามารถให้เงินแลกคืนกลับมาได้

อาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ

อาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ เมนูที่ต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต

มีหลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นกิจวัตร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะอาหารมังสวิรัติจัดว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่สนใจอยากเป็นมังสวิรัติบ้าง แต่ก็เกรงว่าอาหารมังสวิรัติจะจืดชืด เป็นแค่เมนูผักเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย ถ้าคุณลองดูเมนูอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ ที่เราจะนำมาบอกคุณนี้ เชื่อว่าความคิดคุณจะต้องเปลี่ยนไป และไม่แน่คุณอาจะต้องขอลองให้ได้สักครั้งในชีวิต มีเมนูไหนน่าสนใจบ้างไปดูกัน

เมนูจากร้านอาหารเจแตะสุข

เริ่มต้นจากเมนูหลัก ๆ อย่าง แกงส้มชะอมทอดเจ ก๋วยเตี๋ยวเรือแตะสุข ไส้อั่วน้ำพริกหนุ่ม แต่ละเมนูที่กล่าวมาเหมือนจะไม่มังสวิรัติ แต่ก็เป็นเมนูไร้เนื้อสัตว์ทั้งหมด และใครว่าจะมีแต่เมนูพื้น ๆ แบบตะวันออก เมนูมังสวิรัติแนวตะวันตกก็มีเช่นกัน อย่าง พิซซ่าหน้าแฮมและเห็ดแชมปิญอง เรียกว่าร้านนี้มีเมนูมังสวิรัติที่หลากหลายครอบคลุมมาก ใครอยากลองสั่งอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯมาทานที่บ้าน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเมนูเด็ด ๆ จากร้านนี้

เมนูจากร้านออริจิ มังสวิรัติ

อีกหนึ่งร้านอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ ที่มีเมนูอาหารมังสวิรัติให้เลือกทานหลากหลาย เริ่มต้นจากเมนูง่าย ๆ อย่างผัดถั่วหวาน แล้วลองเพิ่มดีกรีความเผ็ด ไปหากะเพราเห็ด น้ำพริกไข่เค็ม และหมาล่าคั่วเห็ด ดูก็ได้ แบบนี้ได้รสชาติมากขึ้น เป็นอาหารมังสวิรัติที่ไม่จืดชืด ไม่ได้มีแค่ผักอย่างที่คุณคิดอีกต่อไป นอกจากเมนูกับข้าวแล้วร้านนี้ ยังมีเมนูเส้นอย่างขนมจีนน้ำยาใต้ ขนมจีนแกงเขียวหวานด้วยนะ เรียกว่าหลากหลายทีเดียว รับรองไม่จืดชืดน่าเบื่ออย่างที่คุณคิดแน่นอน

แค่เมนูจากร้านอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ เพียง 2 ร้านที่นำมาบอกกันนี้ก็เรียกว่าเยอะแล้ว สั่งมารับประทานกันได้ทุกวันแบบไม่ต้องซ้ำเลยก็ได้ ซึ่งการรับประทานอาหารมังสวิรัติของแต่ละคนก็จะมีความจริงจังไม่เหมือนกัน บางคนทานเนื้อสัตว์บางชนิดได้บ้าง บางคนอาจจริงจังเหมือนทานเจ คือ ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย ก็มี ซึ่งแต่ละร้านอาหารมังสวิรัติก็จะมีการปรับสูตร ปรับรูปแบบอาหารกันไปตามความต้องการของผู้บริโภค มีทั้งเมนูที่ปราศจากเนื้อสัตว์เลย โดยใช้โปรตีนเกษตรแทน หรืออาจจะมีบางเมนูใส่เนื้อสัตว์อย่างปลาที่ชาวมังสวิรัติทานได้ลงไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะไหนก็ตามรับรองว่าคุณค่าทางโภชนาการและความอร่อยไม่ได้หายไปอย่างแน่นอน

ซึ่งเมนูเหล่านี่จากร้านที่เรานำมาแนะนำนี้ เป็นอาหารมังสวิรัติที่คุณควรจะต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต และตอนนี้ไม่ต้องเดินทางไปซื้อที่ร้านด้วยตัวเองแล้ว คุณสามารถสั่งอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่กรุงเทพฯ มารับประทานที่บ้านกันได้แบบง่าย ๆ รอสักนิดอาหารก็พร้อมส่งให้คุณถึงบ้าน ง่ายและดีแบบนี้อย่ารอช้า สั่งเลยเถอะ

สมัครงาน

สมัครงานไปก็หลายที่ แต่ทำไมไม่ได้งานสักที

คนที่เคยหางาน ก็คงเคยเจอกับปัญหาเหล่านี้กันมาแล้วทั้งสิ้น นั่นก็คือการหางานไม่ได้ สมัครงาน ไปก็หลายบริษัท แต่ไม่เคยจะได้งานสักที ทำให้ต้องใช้เวลาในการหางานนานกว่าปรกติ เงินที่สำรองเอาไว้ใช้ยาวจำเป็น ก็เริ่มจะหมดลง เพราะไม่มีเงินใหม่เข้ามาช่วย เสียทั้งเวลาเสียทั้งเงิน บางคนกว่าจะได้งาน ก็กินเวลาเป็นปีๆ กว่าจะหางานใหม่ได้

ใครที่เคยเจอกับปัญหาเหล่านี้ ก็ให้หันหลับมามองตัวเอง อย่าไปมองที่อะไร เพราะปัญหาที่เกิดนั้น มาจากตัวเราทั้งหมด ไม่ต้องไปโทษบริษัทที่เราไปสมัคร หรือว่าโทษดวงชะตาของเรา ถ้าเราไม่มองย้อนดูตัวเอง สมัครงานกี่ที่ ก็ไม่มีวันจะได้ผล แล้วลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง ที่เราจะต้องย้อนมองดูตัวเอง เพื่อให้การหางานครั้งต่อไป ไม่ยุ่งยากเหมือนครั้งที่แล้วมา

-เรซูเม่ไม่โดนใจ สิ่งที่จะเป็นประดุด่านแรก สำหรับการสมัครงาน ก็คือเรซูเม่ ที่จะช่วยให้ทางบริษัทที่เราต้องการอยากจะไปทำงาน เขารับเราหรือไม่ หากเรซูเม่ของเราไม่ดีพอ ไม่มีรายละเอียดชัดเจน ประวัติไม่น่าสนใจ หรือว่าไม่มีผลงานไม่มีความรู้ความสามารถ ที่เป็นความต้องการของทางบริษัท โอกาสที่เราจะได้รับการพิจารณา ก็ริบหรี่เต็มที

-ใช้ข้อมูลเท็จ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับการสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรซูเม่ของเราเอง หรือว่าช่วงสัมภาษณ์ หากมีการโกหก หรือว่าใช้ข้อมูลเท็จเข้ามาในส่วนใดก็ตาม หากทาง HR หรือว่าบริษัทจับได้ เราก็หมดสิทธิ์นั้นทันที อย่างเช่นการโกหกว่ามีความสามารถด้านนี่ แต่ความจริงไม่มีอย่างที่อ้าง เป็นต้น

-ทำการบ้านไม่มากพอ วิธีการที่เราจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น คือเราต้องมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทที่เราจะต้องไปทำงานกับเขาด้วย ว่าเขาทำอะไร มีเป้าหมายอะไร งานหลักคืออะไร เพรพาะมันแสดงให้เห็นว่า เรามีความสนใจที่อยากจะสมัครงาน กับบริษัทของเขาจริง แต่ถ้าหากเขาถามมา เราตอบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับบริษัทของเขาไม่ได้เลย คะแนนของเราก็จะลดลงอย่างมาก

-ภาพลักษณ์ต้องดี คนเรามักจะมองและตัดสินอะไรจากที่เห็นภายนอกก่อนเสมอ เช่นการไปสัมภาษณ์งาน ก็ควรจะแต่งตัวให้ดี เสื้อผ้าหน้าผม จะต้องเรียบร้อยทุกอย่าง ถึงแม้ว่าหน้าตาเราจะไม่สวยหล่อ แต่ถ้าตั้งใจดูแลตัวเอง มันก็ช่วยให้เราดูดีได้เหมือนกัน

-ตรงต่อเวลา หากทางบริษัทที่เราได้ไปสมัคร เขาติดต่อเพื่อให้ไปสัมภาษณ์ หรือว่าติดต่อเพื่อที่จะขอข้อมูลเพิ่มเติม เราก็ต้องไปทันเวลา เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากทางบริษัทเขาเป็นฝ่ายรอเรา นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีแล้ว แค่ยังไม่ได้ทำงาน ยังมาไม่ตรงเวลา แล้วถ้าได้ทำงานจริง จะตรงต่อเวลาหรือ

ใครที่กำลังเจอกับปัญหาการ สมัครงาน หรือหางานยากหางานไม่ได้สักที เตะฝุ่นมาเป็นเดือนแล้ว ก็ลองเอาหลักการข้างต้น ไปลองปรับใช้กับตัวเราเองดู เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นกว่าเดิม อย่าไปใช้วิธีเก่าๆที่มันไม่ได้ผล ให้ปรับสไตล์ตัวเองใหม่เรื่อยๆ

จำหน่าย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้ออุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

การเลี้ยงสัตว์นอกจากสิ่งที่จำเป็นอย่างเช่นการให้อาหาร ละการหมั่นดูแลสุขภาพแล้ว การเลือกอุปกรณ์ข้าวของของสัตว์เลี้ยง ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจาก ร้าน จำหน่าย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ที่มีคุณภาพ จะเป็นตัวช่วยในการทำให้สัตว์เลี้ยงของเรา มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งสุขภาพทางกายที่สมบูรณ์ที่สุด การจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงชนิดใดก็ตาม ไม่ควรจะมองข้ามเรื่องของอุปกรณ์เหล่านี้

อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

แต่การจะเลือกซื้ออุปกรณ์อะไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเราจะซื้ออะไรก็ได้ ต้องมีหลักการในการพิจารณาเลือกซื้อให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาหลายอย่างตามมาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเรา โดยเกณฑ์ในการเลือกพิจารณาก็มีดังต่อไปนี้

-มีคุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ต้องเลือกชนิดที่มีคุณภาพและมาตรฐานอย่างเดียว เช่นของเล่น ถ้าหากไม่มีมาตรฐานหรือคุณภาพเพียงพอ ก็อาจจะเสี่ยงทำให้สัตว์เลี้ยงของเราบาดเจ็บเป็นอันตรายได้ และของทุกอย่างที่เลือกซื้อ ก็ควรจะมีมาตรฐานการผลิต

-ร้านน่าเชื่อถือ ก่อนที่จะเลือกซื้อของใช้อะไรก็ตาม ร้านอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ที่เราต้องการอยากจะเข้าไปใช้บริการ ต้องมั่นใจว่าร้านน่าเชื่อถือมากพอ ขายของใหม่ของมีคุณภาพเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าเป็นการเลือกซื้อผ่านทางออนไลน์ ควรจะหาข้อมูลรีวิวของคนที่เคยซื้อมาก่อน มาดูประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะการซื้อแบบออนไลน์ เราไม่ได้เห็นสินค้าของจริง

-เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง ของใช้กับสัตว์บางชนิด ก็ไม่สามารถเอามาใช้ร่วมกับสัตว์อย่างอื่นได้ เพราะอาจจะเป็นอันตรายหรือไม่ได้ผล ก่อนจะเลือกซื้ออุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ชนิดใด หากเราไม่มั่นใจหรือว่าไม่มีข้อมูลก่อนเลือกซื้อ ก็ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน หรือไม่ก็อาจจะดูจากรีวิวของคนที่เลี้ยงสัตว์เหมือนเราในอินเตอร์เน็ตก่อนก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีคนมาให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงแทบจะทุกชนิดอยู่แล้ว

-ไม่เสี่ยงเกิดอันตราย หากของอะไรที่เราไม่มั่นใจใน ร้านอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ก็ไม่ควรจะซื้อเอามาให้สัตว์เลี้ยงของเรา อย่างเช่นของเล่นบางอย่าง ที่อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดการติดคอ หรือไม่ก็ทำให้บาดเจ็บ ของเหล่านั้นเราก็พยายามหลีกเลี่ยงก็ได้ ให้หาอุปกรณ์อย่างอื่น ที่คิดว่าไม่เป็นอันตรายกับสัตวเลี้ยงจะดีกว่า

-สัตว์เลี้ยงได้ประโยชน์ อย่างเช่นอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายของสัตว์บางชนิด อุปกรณ์สายจูงต่างๆ ที่จะช่วยให้สัตว์ได้ออกกำลังกายขณะออกไปนอกบ้าน ของเหล่านี้ถือว่าจำเป็นกับสัตว์เลี้ยงเช่นกัน เพราะช่วยให้สัตว์มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย

-ราคาเหมาะสม ของใช้จากร้านอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป เพียงแต่ต้องเลือกชนิดที่มีความเหมาะสมระหว่างคุณภาพกับราคา ไม่ควรจะเลือกที่ราคาเป้นหลัก เพราะนั่นอาจจะทำให้เราได้ของไม่มีคุณภาพมาใช้ก็ได้

หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับสัตวเลี้ยงก็มีคร่าวๆ อย่างที่กล่าวไปแล้ว สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้ออย่างไรดี ก็ลองเอามาไปพิจารณาเลือกซื้อดูได้เลย ทั้งการเลือกซื้อจากร้าน จำหน่าย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ทั่วไป หรือจะเป็นการเลือกซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ก็ตาม

หางานหาดใหญ่

หางานหาดใหญ่ให้ได้งานที่ใช่ เงินเดือนที่ชอบ

การทำงานให้มีความสุขเงินเดือนตามที่ต้องการหรือมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะนอกจากผู้ที่ทำจะมีความสุขแล้ว ผลงานที่ทำออกมาจะเต็มไปได้ด้วยความสมบูรณ์แบบ ทำด้วยใจโดยที่ไม่มีใครบังคับ การทำงานที่รักที่ชอบเป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขเกินครึ่งได้แล้ว และยิ่งได้ทำงานในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างหาดใหญ่ด้วยแล้ว ท่านจะมีความสุขในการใช้ชีวิตมากเป็นสองเท่า ดังนั้นหากต้องการหางานหาดใหญ่ทำและต้องการงานที่ใช่ งานที่ตรงใจแล้ว คุณจะต้องมีเทคนิคในการเลือกงานดังนี้

หางานหาดใหญ่

1.เลือกงานที่ตรงกับความสามารถ หรืองานที่ชอบ

              สิ่งที่สำคัญ คือ คุณจะต้องรู้ใจตัวเองให้จริงว่าตนเองนั้นชอบงานแบบไหน ชอบงานที่สมัครอยู่จริงหรือไม่ อย่าเลือกงานเพราะเงินสูงเพียงอย่างเดียวในการหางานหาดใหญ่ เพราะงานที่มีเงินเดือนสูงย่อมเจอกับความกดดันและความเครียดสูงตามอัตราค่าตอบแทน ซึ่งหากงานนั้นเป็นงานที่คุณไม่ชอบแล้ว ย่อมทนทำงานไม่ได้ไม่นาน หากเกิดความเครียดสูง โอกาสที่จะออกจากงานหรือเจ็บป่วยเนื่องจากความเครียดและความกดดันอาจเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นในการเลือกทำงานควรเลือกงานที่ตัวเองชอบเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องทนทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ทำเพราะอยากอยู่ที่หาดใหญ่ อยากใช้ชีวิตในเมืองที่ชอบ เพราะความสุขของคุณจะลดลงตามไปด้วย อย่าลืมสิว่าวันละอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน หากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงแห่งความทุกข์ชีวิตก็คงไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก

2.วางเป้าหมายการใช้ชีวิตและการทำงาน

               ก่อนที่จะหางานหาดใหญ่ทำควรวางเป้าหมายการใช้ชีวิต ว่าในแต่ละวันหรือในแต่ละเดือนจะทำอะไรบ้าง เช่น การออกไปเที่ยว การออกไปหาอาหารตามร้าน หรือการออกไปทำบุญตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งการเป้าหมายและการวางแผนใช้ชีวิตควรมีทั้งการทำงานและการผ่อนคลายอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างสีสันและเติมพลังให้กับชีวิตบ้าง ไม่ใช่ว่าทำงานเลิกงานกลับที่พัก วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกวัน หากคุณต้องการเป็นเช่นนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่หากใหญ่ก็ได้

               หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงเมืองหนึ่งของไทย มีอัตราการจ้างงานที่สูงมาก แต่ว่าเงินอาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวของชีวิต ถึงแม้ว่าเงินจะมีความสำคัญในการดำรงชีวิตทุกวันนี้ แต่จะดีมากแค่ไหนหากมีเงินด้วยและมีความสุขไปด้วย ด้วยการเลือกงานที่ตนเองชอบและวางเป้าหมายในการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน แล้วก้าวไปอย่างมั่นคงตามแผนที่วางไว้ รับรองว่าแบบนี้จะต้องมีคนอิจฉาคุณแน่น ๆ

ทำเสน่ห์สายขาว

ทำเสน่ห์สายขาว ในมุมของวิทยาศาสตร์

ว่าด้วยเรื่องของการทำเสน่ห์ในยุคนี้ กลายเป็นเรื่องธรรมดา ไปซะแล้ว เพราะปัจจุบัน มีการทำเสน่ห์สายขาว ซึ่งเป็นทางเลือกของใครหลายๆคน ที่ต้องการที่พึ่งและความช่วยเหลือเพื่อมาเยียวยาอาการบาดเจ็บทางกายและใจจากความบอกชั้นต่างๆมากมายในเรื่องความรัก ซึ่งจะเป็นเรื่องส่วนใหญ่ที่เจอกันมากในยุคนี้จนต้องมาพึ่งพาการทำเสน่ห์ไม่ว่าจะเป็นการเรียกจิตคนรักให้กลับมาหรือการผูกให้คนรักยังคงรักตัวเองอยู่อย่างนั้น แน่นอนว่าสำหรับการทำเสน่ห์ ใครหลายคนอาจจะยังคงเข้าใจผิดอยู่มาก ว่าการทำเสน่ห์เราฝากความหวังไว้ที่หมอเสน่ห์โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ใครที่คิดแบบนี้โดยส่วนใหญ่ มักจะมานั่งโทษกันทีหลังว่าทำแล้วไม่เห็นผล ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ในส่วนของการทําเสน่ห์สายขาวในมุมของวิทยาศาสตร์เราต้องมองตามความเป็นจริงด้วยว่า เราไม่สามารถที่จะฝากความหวังไว้ที่หมอเสน่ห์ได้ 100%  ไม่ใช่เพราะว่าหมอเสน่ห์ไม่มีคุณภาพหรือการ ทำเสน่ห์สายขาว ไม่ได้ผล หากแต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเราทำพิธีไปแต่เราเอง ไม่ได้พยายามที่จะทำให้ผลของมันเกิดขึ้น

ดังนั้นตัวเราจึงเป็นตัวเชื่อมของการทำพิธีและการสวดเรียกจิตคนรักหรือการทำเสน่ห์ให้ได้ผลมากที่สุด จึงมีคำแนะนำกันอยู่เสมอว่าไม่ว่าเราจะทำพิธีกรรมพิธีสวดใดๆก็ตามจากหมอเสน่ห์แล้วแต่เราก็ยังคงต้องสวด ตามบทสวดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทําเสน่ห์สายขาวว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป จึงจะช่วยให้เห็นผลได้ดีมากที่สุด และความจริงที่เราจะต้องยอมรับและทำความเข้าใจอีกข้อคือ หมอเสน่ห์ไม่ได้สามารถบังคับให้ใครทำอะไรได้ตามที่ต้องการทันที ไม่เช่นนั้นมันจะง่ายเหมือนเสก หมอเสน่ห์ก็คงจะไปเสกทำอะไรต่อมิอะไรให้เป็นเงินเป็นทองเกิดขึ้น ไม่ต้องมาเหนื่อยกับการทำเสน่ห์ เรียกค่าบูชาหรือค่าครูเหมือนที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ 

ดังนั้นในมุมมองของวิทยาศาสตร์เราจึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยหลักการตามความเป็นจริง ในแง่ของการทำเสน่ห์ถ้าเราบูชาเครื่องรางสวดคาถาเรียกจิตและเราสั่งทำพิธีเรียกจิตไปแล้วแต่เราก็ยังไม่พยายามหาทางไปพบไปเจอคู่ของเราก็มีโอกาสน้อยที่พิธีกรรมเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ พูดง่ายๆว่าเราไม่สามารถนั่งๆนอนๆรออยู่บ้านแล้วรอวันว่าคนรักจะมาเคาะประตูแล้วกลับมารักเราเหมือนในละคร ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำถ้าหากคุณต้องการที่จะเรียกคนรักให้กลับมารักคุณหรือปรับความเข้าใจกันจริงๆ คุณเพียงแค่มีหมอเสน่ห์เป็นผู้ช่วยประสานรอยร้าวหรือสร้างโอกาสต่างๆให้คุณ แต่ผู้ที่จะแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างให้ดีขึ้นก็คือตัวคุณเอง 

ไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไง

รู้หรือไม่ไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไง? และสิ่งเหล่านี้ห้ามทำเด็ดขาด

            ไฟไหม้คืออุบัติเหตุและภัยร้ายแรงที่เมื่อเกิดขึ้นกับตัวหรือคนใกล้ชิดแล้วมักจะทำให้เราสติแตกได้ง่าย ๆ เลย แต่ก็ไม่แปลกที่จะเป็นแบบนั้น เพราะเราต่างรู้กันดีโดยสัญชาตญาณอยู่แล้วว่าไฟนั้นน่ากลัวและมีอนุภาคเพียงใด สังเกตได้จากเหตุเพลิงไหม้ในหลาย ๆ ที่ทั่วประเทศไปจนถึงทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ที่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วไฟมันนำความเสียหายเข้ามาทำลายทรัพย์สิน ทำลายความรู้สึก สร้างบาดแผลในใจ ทำให้เจ็บตัว มีผลต่อสุขภาพระยะยาวบ้างก็มี รวมถึงการมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นในกองเพลิงนั้น ๆ ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องแย่ที่สุดในสถานการณ์เพลิงไหม้เลยก็ว่าได้

            เพลิงไหม้คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นมากแค่ไหน การมีผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ก็คือสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่าเป็นร้อยเท่า เพราะทรัพย์สินของนอกกายยังสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่ชีวิตเดียวไม่ว่าของใครนั้นเสียแล้วเรียกคืนกลับมาใหม่ไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องการเตรียมตัวเฝ้าระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้เท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญ แต่การรู้จักรับมือเมื่อไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไงก็สำคัญไม่แพ้กัน และต้องไม่ใช่แค่สิ่งที่ควรทำ แต่ยังต้องรู้ถึงข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออยู่ในเหตุเพลิงไหม้ด้วย

ห้ามทำสิ่งใด เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้?

·        อย่าหายใจทางปาก วิธีการหายใจที่ถูกต้องเมื่ออยู่ท่ามกลางเพลิงไหม้และกำลังมีควัน คือ ให้หายใจทางจมูกเข้าไว้แบบสั้น ๆ เลี่ยงการหายใจทางปากเพราะจะทำให้ควันเข้าไปในปอดได้ง่ายและเร็วขึ้น และถ้าให้ดีควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ และนำผ้าปิดจมูกไว้ด้วย เพื่อเพิ่มกรองอากาศให้หายสะดวกขึ้น

·        อย่ามัวแต่ขนของ ชีวิตคือสิ่งที่น่าห่วงที่สุดมากกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้วอย่าลนลานและมัวแต่คว้านั่นนี่เพราะรู้สึกเสียดาย เพราะมันจะเป็นโอกาสที่ทำให้คุณมอดไหม้ไปพร้อมกับสิ่งของเหล่านั้นได้เช่นกัน เวลาทุกวินาทีมีค่ามาก ๆ อย่าลืมว่าไฟนั้นมันลุกลามเร็ว ใช้ทุกวินาทีเพื่อการหนีเอาตัวรอดไว้ก่อนดีกว่าห่วงทรัพย์สิน

·        อย่าหนีเข้าที่แคบ บางคนเมื่อเกิดเพลิงไหม้นั้นนอกจากจะกลัวจนสติแตกจนไม่กล้าใช้ถังดับเพลิงดับไฟแล้ว ยังทำตามความเคยชินที่คิดได้ว่าถ้าหนีต้องหนีไปอยู่ในที่ที่ปิดมิดชิดจากสิ่งนั้น ๆ อีกด้วย ทำให้หลายคนมักวิ่งเข้าไปหลบในห้องบ้างล่ะ โดยเฉพาะห้องน้ำนี่หลายรายเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะนั่นเท่ากับคุณปิดประตูขังตัวเองให้ตายไปในกองเพลิงอย่างง่าย ๆ เลย เพราะไฟที่ไหม้เข้ามาเรื่อย ๆ จะทำให้คุณหนีไปไหนไม่ได้นั่นเอง

·        อย่าลงลิฟต์ อีกหนึ่งความเคยชินที่เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วห้ามทำโดยเด็ดขาดถ้าไม่อยากเพิ่มโอกาสเสียชีวิตให้ตนเอง ก็คือ การลงลิฟต์ที่คิดไปว่าจะออกจากอาคารสูงได้เร็วกว่าบันได้หนีไฟ เป็นความคิดที่ผิดเพราะลิฟต์จะใช้ไม่ได้เมื่อไฟฟ้าถูกตัดไปตามสถานการณ์ ทีนี้คุณก็จะติดอยู่ในลิฟต์โดนลมควันเสียชีวิตอย่างไม่ต้องสืบเลย

·        อย่าเปิดประตูเร็ว รู้ว่าในสถานการณ์คับขันของเพลิงไหม้อยู่นั้น ทุกอย่างต้องรวดเร็วที่สุด แต่ต้องตั้งสติกันนิดนึงและเตือนตัวเองเสมอว่าไฟไหม้ต้องเตรียมตัวยังไง และอย่าเปิดประตูเร็วเพื่อที่จะรีบออกไป เพราะเราไม่รู้ว่าด้านหลังประตูมีอะไรที่ไหม้อยู่แล้วรอโหมใส่เราเมื่อเปิดประตูหรือไม่ ซึ่งนั่นมันจะทำให้เราถูกไฟคลอกได้ง่ายเลยเหมือนกัน

            เพราะเพลิงไหม้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่จะมองข้ามได้ การที่เรามีความรู้ทั้งเรื่องการป้องกัน การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ ไปจนถึงรู้ในสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดด้วยนั้น ย่อมเป็นเหมือนเครื่องป้องกันตัวที่สามารถนำมาใช้ได้จริงยามเมื่อตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหตุไฟไหม้ ช่วยเพิ่มโอกาสเอาชีวิตรอดจากกองเพลิงได้มากกว่าการที่ไม่เคยรู้ไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้มาก่อนนั่นเอง

            รู้ถึงข้อห้ามทำโดยเด็ดขาดเมื่อเกิดไฟไหม้กันไปแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาช้อปออนไลน์กับสินค้าที่มีไว้ป้องกันเหตุเพลิงไหม้กันดูบ้างที่ Shopee ยิ่งเป็นช่วงแคมเปญดี ๆ ในตอนนี้กับขบวน Super Category Day ยิ่งเหมาะกับการช้อปให้คุ้มค่า คุ้มราคา ถูกช่วงเวลา และจะสิ้นสุดแค่ 28 พฤษภาคม 62 นี้เท่านั้น

พบกับแคมเปญ Shopee Free Shipping month ชอป 0บาท ก็ไม่มีค่าส่งทั่วไทย วันที่ 1-30 มิ.ย. 62 พร้อม 1 บาท Prize เล่นเกมทุกศุกร์ ลุ้นของรางวัลง่ายๆ Flash Sale เริ่ม 9 บ. รับเงินคืน 100% พร้อมสินค้าแบรนด์ คูปองส่วนลดทุกวัน

Benefits of pets

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง ของการมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน

การเลี้ยงสัตว์ เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่คนนิยมกันมาก ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว กระต่าย และอีกมากมาย หรือแม้แต่สัตว์แปลก ก็มีให้เห็นเหมือนกัน อย่างเช่น งู ตุ๊กแก คางคก หรืออีกหลายๆ ชนิด ที่ไม่คิดว่ามันจะสามารถเอามาเลี้ยงได้ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ว่าชอบสัตว์ หรือรักสัตว์ประเภทอะไร ขอเพียงอย่างเดียว เมื่อเราเอาเขามาเลี้ยงแล้ว ก็ให้ดูแลมันให้ดี เท่านั้นก็พอ ไม่ใช่เลี้ยงได้สักพักก็เอามันไปปล่อยตามยถากรรม

เราลองมาดูกันหน่อยว่า การมีสัตว์เลี้ยงนั้น มันมีประโยชน์อะไรกับคนเลี้ยงบ้าง เราได้อะไรจากการเลี้ยงสัตว์เหล่านั้น เผื่อบางที คนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง อาจจะหาสัตว์สักตัว มาลองเลี้ยงบ้างก็ได้ แต่ต้องศึกษาพฤติกรรมสัตว์ ที่เราจะเอาเลี้ยงก่อนด้วย ว่ามันมีอะไร ที่เราต้องรู้ ไม่เช่นนั้น อาจะเกิดอันตรายกับคนเลี้ยงได้

-ไม่เหงา ข้อนี้จะเป็นเหตุผลหลัก ของคนที่ตัดสินใจอยากจะเลี้ยงสัตว์สักตัว คือเอามาไว้เป็นเพื่อนนั้นเอง เพราะบางคน อยู่คนเดียว เป็นสาวโสดหนุ่มโสด เมื่อไม่มีคนอยู่ด้วย ทางที่ดีที่สุด คือการเอาสัตว์เลี้ยง มาอยู่เป็นเพื่อนนั่นเอง เวลาเหงา ก็สามารถเล่นกับสัตว์เลี้ยงพวกนี้ได้  ที่นิยมกันมาก ก็เห็นจะเป็น สุนัข กับ แมว ที่นิยมเลี้ยงกันเยอะที่สุด

-ลดความเครียดได้ ยิ่งใครก็ตาม ที่อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ เช่นคนแก่ ที่อยู่ตามลำพัง ก็จะรู้สึกเหงา โดเดี่ยว และเครียดมากกว่าคนปรกติทั่วไป การที่มีสัตว์เลี้ยงมาอยู่เป็นเพื่อน มันสามารถที่จะช่วยลดความเครียดในตัว ลงไปได้ด้วย และจะทำให้ไม่เสี่ยงเป็นโรคเครียด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่เลี่ยงสัตว์เป็นเพื่อน จะมีสุขภาพจิต และสุขภาพกายดี มากกว่าคนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง

-เป็นคนมีเมตตา ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตาม เมื่อเห็นสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ก็จะรู้สึกสงสาร และชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่เสมอ ทำให้กลายเป็นคน ที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือ และก็จะมีผลในชีวิตเราด้วย เมื่อเห็นคนที่ลำบาก คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็มักจะช่วยทุกครั้ง ที่สามารถช่วยได้ ถือว่าการเลี้ยงสัตว์ สามารถที่จะเปลี่ยนนิสัยของคนได้เหมือนกัน

-เป็นยามเฝ้าบ้าน ไม่มีสัตว์ชนิดใด ที่จะเป็นยามเฝ้าบ้านได้ดี เท่ากับสุนัข ยิ่งบ้านไหนก็ตาม ที่เลี้ยงหมาดุๆ อย่างพิทบูล โจรที่จะเข้ามาปล้นบ้านก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะเข้ามาปล้นดีหรือเปล่า เพราะถ้าพลาดโดนกัดเข้าไป ก็มีสิทธิที่จะอันตรายจนถึงชีวิตเลยก็ได้ อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่าสุนัขกัดโจร จนโจรบาดเจ็บสาหัส

ถ้าจะเลี้ยงหมาดุๆ แบบนี้ คนเลี้ยงต้องศึกษาให้เยอะ แพราะไม่งั้น อาจจะเกิดอันตรายได้ ไม่เว้นคนที่เป็นเจ้าของ และคนในครอบครัว

ทั้งหมดนี้ เป็นข้อดีหลักๆ ที่เราเห็นกันได้ชัดมากที่สุด คนไหนที่อยากจะเอามาเลี้ยงบ้าง ก็ลองดูว่า เราจะเลี้ยงสัตว์อะไร ที่เราคิดว่ามันจะเป็นเพื่อนกับเราดีที่สุด อาจจะเป็นสุนัขสักตัวก็ได้ และไม่จำเป็นต้องไปเสียเงิน มีหลายที่ที่เขาแจกฟรี เราก็ไปสามารถรับเขามาเลี้ยงได้

โรคซึมเศร้าในสนัข

คนรักสุนัขต้องรู้ สัญญาณเตือน ว่าสุนัขของคุณ เป็นโรคซึมเศร้า

สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยง ที่คนนิยมเลี้ยงกันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือต่างประเทศก็ตาม เป็นสัตว์ ที่รักเจ้าของ และซื่อสัตย์กับเจ้าของมากที่สุด อีกทั้งยังดูแลเจ้าของ ดูแลบ้านที่มันอาศัยอยู่ด้วย เหมือนเป็นยามเฝ้าบ้านให้ ทำให้สุนัข กลายเป็นสัตว์ ที่คนเลี้ยงกันมากที่สุด และราคาของสุนัข ที่เขาขายกัน ก็ราคาแพงมากด้วย มีตั้งแต่หลักพัน ยันหลักหมื่นหลักแสน อยู่ที่ใครมีกำลัง ในการซื้อมากเท่าไหร่

สิ่งที่คนรักสุนัข กลัวกันมากที่สุดคือ กลัวสุนัขของตัวเอง เจ็บปวด ล้มตาย นั่นเอง และอีกสิ่งหนึ่ง ที่สุนัขมักจะเป็นกัน นั่นก็คือโรคซึมเศร้า ที่หลายคนไม่รู้ ว่ามันสามารถเกิดกับสุนัขได้ด้วย แล้วเราจะมีวิธีสังเกตอย่างไร ว่าสุนัขของเรานั้น กำลังเป็นโรคซึมเศร้า วันนี้เราก็มีวิธีการสังเกต ว่าต้องดูพฤติกรรมสุนัข ของเราอย่างไรบ้าง

-ชอบซ่อนตัว หากสุนัขของเรา มีพฤติกรรมชอบหลบซ่อนตัว จากที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยเป็น ก็สันนิฐานได้เลยว่า สุนัขของเรากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และพฤติกรรมการหลบซ่อนตัว ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่สุนัขป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เป็นเหมือนกันทุกตัว อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องปรกติ ให้หมั่นสังเกต อาการสุนัขของเราเสมอ

-เบื่ออาหาร อาการเบื่ออาหาร นอกจากจะเป็นสัญญาณ บ่งบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว ยังเป็นสัญญาณบ่งบอก ว่าเป็นโรคอื่น ๆ ด้วย จากที่แต่ก่อน เวลาจะให้อาหาร ก็วิ่งมาอย่างไว แต่ถ้าสุนัข เริ่มมีพฤติกรรม ไม่ค่อยสนใจ หรือไม่กินอาหาร ก็ให้พาไปหาหมอ จะดีที่สุด จะได้ดีด้วยว่า มีโรคอะไรอีกบ้าง ที่นอกจากโรคซึมเศร้า

-ทำลายข้าวของ ถ้าสุนัข ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้ แล้วอยู่ๆ ชอบมีอาการ ทำลายข้าวของ ให้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เลยว่า สุนัขของเรา อาจจะมีสิทธิ์ เป็นโรคซึมเศร้าได้ ถ้าสุนัขตัวเล็ก ชอบทำลายข้าวของ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปรกติ แต่ถ้าสุนัขที่โต และมีพฤติกรรมเหล่านี้ ให้พาไปพบหมอ จะดีกว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุด

-ไม่สนใจเรา จากที่แต่ก่อน เวลาเรียกหา จะวิ่งมาอย่างเร็ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่เราเรียกแล้วเขาไม่ หรือแสดงอาการว่า ไม่สนใจเรา หรืออาการเบื่อหน่าย ก็บอกได้เลยว่า สุนัขของเรานั้น เป็นโรคซึมเศร้าแล้วแน่นอน วิธีการแก้ไข ก็ให้พาไปหาหมอ เพื่อรับยาที่ต้าน เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า เพราะถ้าปล่อยนานไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นอันตรายมากกว่าเดิมได้

-นิสัยเปลี่ยนไป นิสัยที่เห็นได้ชัดมากที่สุด เวลาที่สุนัข เป็นโรคซึมเศร้า นั่นก็คือ มีนิสัยก้าวร้าว แม้แต่เจ้าของก็ยังไม่อยากจะให้เล่นด้วย ถ้าสุนัขของเรา มีพฤติกรรมเหล่านี้ ก็ให้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เลย ว่าสุนัขของเรา เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วแน่นอน ควรจะพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด

คนที่รักสุนัข อยากจะให้สุนัขตัวโปรดของเรา อยู่กับเรานานๆ ต้องหมั่นสังเกตสุนัข ของเราให้บ่อยๆ ว่ามีอาการอะไรบ้าง ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน หากไม่แน่ใจ ก็ให้พาไปหาหมอจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้น เราอาจจะเสียน้องหมาของเรา ไปก่อนเวลาอันควรได้

อาการที่บ่งบอกว่า แมวของคุณ กำลังป่วย

คนที่เลี้ยงแมวต้องรู้ อาการที่บ่งบอกว่า แมวของคุณ กำลังป่วยนะ

คนที่เลี้ยงแมว หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ทาสแมว สิ่งที่คนรักแมวเป็นห่วง และกังวลมากที่ ในเวลาเลี้ยงแมวนั่นก็คือ เวลาที่แมวเจ็บป่วยนั่นเอง มันจะทำให้เรา ซึ่งเป็นคนเลี้ยงนั้น รู้สึกไม่สบายใจ และเป็นกังวลอย่างมาก กลัวว่ามันจะจากเราไป ซึ่งเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลย ว่ามันจะเป็นอะไร เมื่อไหร่ สิ่งที่เราทำได้อย่างเดียว นั่นก็คือ ดูแลมันให้ดีที่สุด

ไม่ใช้ รักมัน เลี้ยงมัน เฉพาะตอนที่มันน่ารัก ตอนเด็กๆ เท่านั้น ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องดูแลมัน ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ถึงจะเรียกว่าเป็นคนที่รักแมวจริง สิ่งที่คนเลี้ยงแมว จะต้องรู้ และให้ความสนใจเกี่ยวกับแมว นั่นก็คือ อาการ หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของแมว ซึ่งบางครั้ง มันก็สามารถเป็นสัญญาณเตือนได้ว่า แมวของคุณกำลังป่วย ไม่สบาย และต้องได้รับการรักษาด่วน มีอะไรบ้าง ที่จะต้องรู้

-น้ำหนักลด สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นได้ชัดเลย เวลาที่แมวไม่สบาย หรือป่วย น้ำหนักตัวจะลด และผอมอย่างเห็นได้ชัด ถ้าหากว่าแมวของเรา มีอากการอย่างที่ได้บอกไป ก็ควรจะเอาไปให้หมอ ดแลรักษาให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้ มันอาจจะเป็นหนักกว่าเดิมก็ได้ ควรจะสังเกต ตั้งแต่เวลาที่กินอาหารด้วย ว่าเบื่ออาหารด้วยหรือไม่

-เบื่ออาหาร จากที่แต่ก่อน เวลาเทอาหารให้ จะวิ่งมาทันที แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่เห็นแมวของเรา ไม่สนใจอาหาร เทให้เท่าไหร่ หรือเรียกเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมมากิน แสดงว่าแมวของเรานั้น เริ่มมีอาการป่วยแล้ว ควรจะเอาไปให้หมอดู และขอคำปรึกษาจากหมอเลยว่า มันเป็นเพราะสาเหตุอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ให้มันกลับมากกินอาหารเหมือนเดิม

-ขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง จากที่แต่ก่อน เวลาจะขับถ่าย ก็ต้องวิ่งมาที่กระบะทรายอย่างเดียว แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่มันเริ่มไปขับถ่าย ไม่เป็นที่เป็นทาง ให้เราตั้งข้อสังเกต เอาไว้เลยว่า มันอาจจะเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว อาจจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับ ระบบขับถ่ายต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก สำหรับแมว จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด เพื่อที่จะให้มันกลับมาเป็นปรกติ

-ลมหายใจเหม็น แมวที่มีสุขภาพเข็งแรง เป็นปรกติ เวลาเราเอามันมากอด หรือหอม เราจะไม่ได้กลิ่นเหม็นอะไร เกี่ยวกับลมหายใจของมัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่เราได้กลิ่นเหม็น จากลมหายใจของแมวเรา แสดงว่า มันเริ่มมีปัญหา เกี่ยวกับร่างกายแล้ว ควรจะเอาไปให้หมอรักษาโดยเร็ว เพราะน่าจะเป็นโรค เกี่ยวกับข้างในร่างกาย ของแมวแล้ว

-นิสัยเปลี่ยนไป สิ่งที่จะต้องสังเกต นั่นก็คือนิสัย จากที่เมื่อก่อนไม่ดุ แล้วกลายมาเป็นดุ ใครจับหรือเล่นด้วยไม่ได้ แม้แต่เราที่เป็นเจ้าของเองก็ตาม แสดงว่า มันอาจจะป่วยแล้วก็ได้ ควรไปให้หมอรักษาเร็วที่สุด

คนที่เลี้ยงแมว นอกจากจะให้ข้าวให้น้ำมันแล้ว ก็ต้องดูแลมันด้วย เวลาที่มันเจ็บป่วยไม่สบาย หมั่นสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มันเปลี่ยนไป หรืออาการของแมว ที่แสดงออกมา ว่ามีอะไรบ้าง ที่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ที่ควรจะได้รับการรักษา อย่าปล่อยให้มันสายไปเสียก่อย เพราะมันอาจจะไม่ทันแล้วก็ได้